
แม้ขณะจำเลยที่ 1 กระชากสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองคำของผู้เสียหายสร้อยคอพร้อมพระดังกล่าวจะอยู่ที่มือจำเลยที่ 1 แต่ก็เป็นเพียงการกระทำที่มุ่งหมายจะให้สร้อยคอพร้อมพระขาดหลุดจากคอผู้เสียหาย เมื่อปรากฏว่าสร้อยคอทองคำดังกล่าวตกอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ส่วนพระเลี่ยมทองคำนั้นหาไม่พบ ทั้งขณะเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นตัวจำเลยก็ไม่พบพระเลี่ยมทองคำดังกล่าว แสดงว่าหลังจากกระชากแล้วสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองคำหลุดจากมือจำเลยที่ 1 ตกลงพื้น จำเลยที่ 1 ยังไม่ทันเข้ายึดถือครอบครองสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองคำดังกล่าว เห็นได้ว่าจำเลยที่ 1ได้ลงมือกระทำความผิดแล้วแต่ยังไม่อาจยึดถือครอบครองสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองคำนั้นได้ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นเพียงความผิดฐานพยายามวิ่งราวทรัพย์ แม้จำเลยที่ 1 จะไม่สามารถเอาพระเลี่ยมทองคำของผู้เสียหายไปได้แต่ผลจากการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ทำให้ผู้เสียหายสูญเสียพระเลี่ยมทองคำไป จำเลยที่ 1จึงต้องรับผิดคืนหรือใช้ราคาพระเลี่ยมทองคำแก่ผู้เสียหาย สำหรับรถจักรยานยนต์ของกลาง เมื่อปรากฏว่าขณะเกิดเหตุผู้เสียหายขับรถยนต์อยู่ จำเลยที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์ของกลางเข้าประกอบแล้วจำเลยที่ 1 ซึ่งนั่งซ้อนท้ายกระชากสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองคำของผู้เสียหาย พฤติการณ์เห็นได้ว่าเป็นการใช้รถจักรยานยนต์ของกลางในการกระทำความผิดโดยตรง จึงต้องริบรถจักรยานยนต์ของกลาง (ฎ 6624/2545)
จำเลยใช้มีดยาวทั้งด้ามรวม 8 นิ้วแทงผู้เสียหายหลายครั้ง โดยเฉพาะบาดแผลที่ท้องซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญเป็นเหตุให้กระเพาะอาหารและตับ ฉีกขาด จำเลยย่อมเล็งเห็นผลแห่งการกระทำว่าจะเป็นเหตุให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย ทั้งจำเลยได้กระทำผิด ไปโดยตลอดแล้ว การที่จำเลยไม่แทงผู้เสียหายซ้ำอีกและช่วยพาผู้เสียหายลงจากตึกที่เกิดเหตุไปรักษาพยาบาล ไม่ใช่เป็นการยับยั้งไม่กระทำการให้ตลอดหรือกลับใจแก้ไขไม่ให้การกระทำบรรลุผลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 82 จำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุทำร้ายผู้เสียหายก่อนและเป็นการสมัครใจต่อสู้ทำร้ายซึ่งกันและกัน จำเลยจะอ้างว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือกระทำโดยบันดาลโทสะไม่ได้ (ฎ 3688/2541)
ตามพฤติการณ์ที่จำเลยกระทำมาตั้งแต่เริ่มแรก โดยจำเลยถอดกางเกงของตนและกางเกงในของโจทก์ทั้งสองออก แล้วจำเลยจับโจทก์ทั้งสองขยับขึ้นลงในขณะที่อวัยวะเพศของจำเลยแข็งตัว ย่อมแสดงให้เห็นถึงเจตนาของจำเลยมาตั้งแต่เริ่มต้น ว่าจะกระทำชำเราโจทก์ทั้งสอง หาใช่มีเจตนากระทำอนาจารเพียงอย่างเดียวไม่ แต่เนื่องจากขนาดของอวัยวะเพศของจำเลยและโจทก์ทั้งสอง ประกอบกับลักษณะการกระทำชำเราของจำเลยต่อโจทก์ทั้งสอง อวัยวะเพศของจำเลยคงทิ่มแทงถูกบริเวณภายนอกของอวัยวะเพศของโจทก์ทั้งสองเท่านั้น การลงมือกระทำชำเราของจำเลยต่อโจทก์ทั้งสองจึงไม่บรรลุผล จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามกระทำชำเราโจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการกระทำต่อเด็กหญิงอายุยังไม่เกิน 15 ปี การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสอง ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการกระทำต่อเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี ที่มีโทษหนักกว่าย่อมไม่ชอบ เพราะเกินคำขอ แม้จะเป็นความผิดฐานพยายามก็ตามคงลงโทษจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก เท่านั้น (ฎ 2417/2540)
แม้ขณะจำเลยที่ 1 กระชากสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองคำของผู้เสียหาย สร้อยคอพร้อมพระดังกล่าวจะอยู่ที่มือจำเลยที่ 1 แต่ก็เป็นเพียงการกระทำที่มุ่งหมายจะให้สร้อยคอพร้อมพระขาดหลุดจากคอผู้เสียหาย เมื่อปรากฏว่าสร้อยคอทองคำดังกล่าวตกอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ส่วนพระเลี่ยมทองคำนั้นหาไม่พบ ทั้งขณะเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นตัวจำเลย ก็ไม่พบพระเลี่ยมทองคำดังกล่าว แสดงว่าหลังจากกระชากแล้ว สร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองคำหลุดจากมือจำเลยที่ 1 ตกลงพื้น จำเลยที่ 1 ยังไม่ทันเข้ายึดถือครอบครองสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองคำดังกล่าว เห็นได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่ยังไม่อาจยึดถือครอบครองสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองคำนั้นได้ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นเพียงความผิดฐานพยายามวิ่งราวทรัพย์ แม้จำเลยที่ 1 จะไม่สามารถเอาพระเลี่ยมทองคำของผู้เสียหายไปได้แต่ผลจากการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ทำให้ผู้เสียหายสูญเสียพระเลี่ยมทองคำไป จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดคืนหรือใช้ราคาพระเลี่ยมทองคำแก่ผู้เสียหาย (ฎ 6624/2545)
นายช้อยเจ้าพนักงานตำรวจได้ข่มขืนใจนายแม้นให้มอบเงินแก่ตน 500 บาทโดยกล่าวหาว่าเล่นการพนัน เมื่อนายแม้นขอให้เพียง 100 บาทก็ไม่พอใจ ดังนี้ ผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้นแล้ว แม้จะยอมไม่เต็มตามที่ถูกเรียกร้องก็เป็นความผิดสำเร็จ นายช้อยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 (ฎ 2406-2408/2519)
การที่นายหมอกยินยอมมอบเงินให้นายดำ เพราะเหตุว่านายดำจะนำรูปถ่ายของนายแม้นซึ่งแต่งตัวเป็นฆราวาสไปโฆษณา อันเป็นการขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชื่อเสียงของนายหมอก และนายหมอกยินยอมมอบเงินให้นายดำ แม้นายดำ จะยังมิได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไป ก็เป็นความผิดฐานกรรโชกทรัพย์สำเร็จแล้ว (ฎ 4012/2534)
ซึ่งจะต่างกับกรณีฉ้อโกง ที่ต้องได้ทรัพย์มาก่อนถึงจะเป็นความผิดสำเร็จ
นายแสงส่งไข่ผงที่เสื่อมคุณภาพแล้วให้นายโอ่ง โดยหลอกลวงนายโอ่งด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ว่าไข่ผงดังกล่าวเป็นนมผงตามที่นายโอ่งสั่งซื้อ เพื่อหวังจะได้เงินจากนายโอ่ง อันเป็นการกระทำโดยเจตนาทุจริต แต่นายโอ่งยังไม่ได้ชำระเงินให้นายแสง การกระทำของนายแสงเป็นความผิดฐานพยายามฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 80 (ฎ 3351/2542)
นายโจรลอบไขกุญแจห้องของนายเงิน เข้าไปโดยเจตนาจะลักทรัพย์ แต่นายเงินจับนายโจรได้เสียก่อน ปรากฏว่าห้องนั้นเป็นห้องว่างไม่มีคนอยู่และไม่มีทรัพย์อย่างใด นายโจรมีความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ เพราะ
- ห้องนั้นเป็นสถานที่ซึ่งคนธรรมเข้าใจว่าเป็นที่เก็บทรัพย์
- นายโจรเข้าใจว่ามีทรัพย์และตั้งใจเข้าไปลัก
- นายโจรได้ไขกุญแจเข้าไปในห้องนั้นสำเร็จอาจสามารถลักทรัพย์ได้ ถ้าหากมีทรัพย์ (การลักทรัพย์ของนายโจรใกล้ต่อความสำเร็จ) (ฎ 925/2474)
นายโจรมีปืนและไม้ตะบองเข้าทำการขู่เข็ญนายขาว ให้ส่งเงินให้แก่นายโจร โดยนายโจรยกปืนขึ้นจะยิงนายขาว นายขาวบอกว่าเงินไม่มี นายโจรไม่เชื่อ เข้าค้นตัวนายขาวแต่ไม่ได้อะไร นายโจรมีความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ เพราะความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ไม่จำต้องปรากฏว่าทรัพย์ที่พยายามจะชิงนั้นมีอยู่ ถ้าเป็นเรื่องที่ตามธรรมดาอาจมีทรัพย์อยู่ได้ ไม่ใช่เรื่องที่ไม่อาจเป็นไปได้เสียเลยแล้ว ก็เป็นผิดฐานพยายามได้ (ฎ 207/2477)
นายโหดใช้มีดยาวทั้งด้ามรวม 8 นิ้วแทงนายเพลียหลายครั้ง โดยเฉพาะบาดแผลที่ท้องซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญเป็นเหตุให้กระเพาะอาหารและตับ ฉีกขาด นายโหดย่อมเล็งเห็นผลแห่งการกระทำ ว่าจะเป็นเหตุให้นายเพลียถึงแก่ความตายได้ ถือได้ว่านายโหดมีเจตนาฆ่านายเพลีย ทั้งนายโหดได้กระทำผิด ไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทำไม่บรรลุผล การที่นายโหดไม่แทงผู้เสียหายซ้ำอีกและช่วยพานายเพลียลงจากตึกที่เกิดเหตุไปรักษาพยาบาล มิใช่เป็นการยับยั้งไม่กระทำการให้ตลอดหรือกลับใจแก้ไขไม่ให้การกระทำบรรลุผลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 82 นายโหดย่อมมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 (ฎ 3688/41, 5089/2542)