ป้องกัน

กฎหมาย's picture

การป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ เป็นละเมิด

แม้โจทก์จะมีส่วนก่อเหตุ โดยเฉพาะกับจำเลยที่เป็นพ่อตาโจทก์ที่ถูกโจทก์กระทำไม่สมควรอย่างยิ่ง แต่การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงโจทก์อันถือว่าเป็นการกระทำของจำเลยที่ร้ายแรงมากกว่าการกระทำของโจทก์ที่เป็นผู้ก่อเหตุคดีนี้ ตามข้อเท็จจริงที่รับฟังมาได้แล้วว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ จึงเป็นการที่จำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์แล้ว กรณีหาใช่ว่าเป็นความยินยอมของโจทก์ไม่ จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 442 ประกอบด้วยมาตรา 223 (ฎ 6025/2550)
กฎหมาย's picture

อ้างว่าป้องกันตัว เนื่องมาจากคำหยาบ

ก่อนเกิดเหตุจำเลยนั่งอยู่คนละโต๊ะกับผู้ตาย จำเลยเป็นฝ่ายเดินมาหาผู้ตายและถามผู้ตายถึงสาเหตุที่ห้ามจำเลยเข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่ง จากนั้นจำเลยกับผู้ตายก็โต้เถียงกัน จนจ่าสิบตำรวจ ส. ต้องลุกขึ้นมานั่งร่วมโต๊ะกับผู้ตายและห้ามปรามไม่ให้จำเลยกับผู้ตายโต้เถียงกัน จำเลยจึงออกจากร้านเนื่องจากจ่าสิบตำรวจ ส. ร้องขอ หลังจากนั้นประมาณ 5 นาที จำเลยกลับมาใหม่และใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย และเล็งอาวุธปืนมายังสิบตำรวจเอก ย. จนจ่าสิบตำรวจ ส. ต้องเข้าไปแย่งอาวุธปืนจากจำเลย พฤติการณ์ของจำเลยแสดงว่าจำเลยยิงผู้ตายเนื่องจากจำเลยกับผู้ตายโต้เถียงกันอย่างรุนแรงและจำเลยยังโกรธแค้นอยู่ แม้จะได้ความว่าเมื่อจำเลยเดินออกจากร้านไปจ่าสิบตำรวจ ส. จะต่อว่าผู้ตายว่าเป็นผู้ใหญ่ไม่น่าใช้คำหยาบ และผู้ตายพูดว่า “พี่ผิดไปแล้ว” ก็ตาม คำหยาบดังกล่าวก็เป็นเพียงคำพูดที่ไม่สมควรอาจยั่วยุให้จำเลยรู้สึกเจ็บแค้นและโมโหเท่านั้น หาได้เป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง อันจะเป็นเหตุให้จำเลยจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตัวไม่ (ฎ 483-484/2550)
กฎหมาย's picture

แทงแล้วพาไปส่งโรงพยาบาล

จำเลยใช้มีดยาวทั้งด้ามรวม 8 นิ้วแทงผู้เสียหายหลายครั้ง โดยเฉพาะบาดแผลที่ท้องซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญเป็นเหตุให้กระเพาะอาหารและตับ ฉีกขาด จำเลยย่อมเล็งเห็นผลแห่งการกระทำว่าจะเป็นเหตุให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย ทั้งจำเลยได้กระทำผิด ไปโดยตลอดแล้ว การที่จำเลยไม่แทงผู้เสียหายซ้ำอีกและช่วยพาผู้เสียหายลงจากตึกที่เกิดเหตุไปรักษาพยาบาล ไม่ใช่เป็นการยับยั้งไม่กระทำการให้ตลอดหรือกลับใจแก้ไขไม่ให้การกระทำบรรลุผลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 82 จำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุทำร้ายผู้เสียหายก่อนและเป็นการสมัครใจต่อสู้ทำร้ายซึ่งกันและกัน จำเลยจะอ้างว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือกระทำโดยบันดาลโทสะไม่ได้ (ฎ 3688/2541)
กฎหมาย's picture

ค้นไม่ชอบ ทำให้จับไม่ชอบ

คำว่า "เจ้าบ้าน" ตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 92(5) หมายความถึงผู้เป็นหัวหน้าของบุคคลที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้น และรวมตลอดถึงคู่สมรสของผู้เป็นหัวหน้าเท่านั้น เพราะบุคคลดังกล่าวเป็นผู้รับผิดชอบในการครอบครองบ้านและปกครองผู้อยู่อาศัยในบ้านหลังนั้น หาได้รวมถึงผู้อยู่ในบ้านทุกคนไม่ ตามทะเบียนบ้านหลังเกิดเหตุมี บ. บิดาจำเลยเป็นหัวหน้ามีชื่อจำเลยอยู่ในฐานะเป็นบุตร จำเลยจึงมิได้อยู่ในฐานะเป็นเจ้าบ้านตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92(5) การที่ผู้เสียหายกับพวกเข้าไปจับกุมจำเลยในบ้านดังกล่าวตามหมายจับแต่ไม่มีหมายค้น ทั้งผู้เสียหายกับพวกมิใช่เจ้าพนักงานตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่จะทำการค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น จึงเป็นการจับกุมโดยไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 81 และเป็นการจับกุมโดยไม่มีอำนาจ จำเลยจึงชอบที่จะป้องกันสิทธิของตนให้พ้นจากภยันตรายอันเกิดจากการจับกุมโดยไม่ชอบเช่นนั้นได้ หากจำเลยจะชกต่อยผู้เสียหายจริงก็เป็นการกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนพอสมควรแก่เหตุ และไม่มีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่และทำร้ายร่างกาย (ฎ 1035/2536)
กฎหมาย's picture

การปล่อยกระแสไฟฟ้าเพื่อป้องกันทรัพย์

โดนบุคคลภายนอกผู้สุจริต

การที่นายเสือผู้ตายได้เข้าไปในบริเวณบ่อปลาของนายแดง เพื่อจะเกี่ยวหญ้า ซึ่งนายแดงไม่มีสิทธิทำร้ายผู้ตายได้ เมื่อนายแดงขึงลวดไว้ภายในรั้วลาดหนามที่ล้อมรอบบริเวณบ่อเลี้ยงปลาและ ปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไปตามลวดนั้น ผู้ตายมาถูกสายไฟฟ้าของนายแดงเข้าถึงแก่ความตาย ถือไม่ได้ว่าการกระทำของนายแดงเป็นการป้องกันสิทธิของผู้อื่น โดยชอบด้วยกฎหมาย นายแดงย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 (ฎ 4884/2528)

โดนบุคคลที่เจตนาไม่ดีต่อทรัพย์

ในตำบลที่เกิดเหตุมีคนร้ายชุกชุม นายไก่เอาเส้นลวดขึงที่โรงเก็บของและปล่อยกระแสไฟฟ้าจากบ้านไว้เพื่อป้องกันคนร้าย ผู้ตายบุกรุกเข้าไปที่โรงเก็บของในเวลาวิกาล โดยเจตนาจะลักทรัพย์ ในมือผู้ตายมีเหล็กไขควง 1 อัน แต่ผู้ตายไปถูกเส้นลวดที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าไว้ถึงแก่ความตายเสียก่อน มิฉะนั้น ผู้ตายย่อมลักทรัพย์ของนายไก่ไปได้ นับได้ว่าภยันตรายที่จะเกิดแก่ทรัพย์สินของนายไก่ใกล้จะถึงแล้ว ถ้านายไก่ไปพบเห็นเข้า นายไก่ย่อมมีสิทธิทำร้ายผู้ตายเพื่อป้องกันทรัพย์สินของตนได้ ดังนั้น การกระทำของนายไก่จึงเป็นการป้องกันสิทธิของตนโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 และพอสมควรแก่เหตุ นายไก่จึงไม่มีความผิด (ฎ 1923/2519)

เปรียบเทียบราคาทรัพย์กับการป้องกัน

ผู้ตายเข้าไปลักแตงโมในไร่ของนายหมู เป็นการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายต่อทรัพย์ของนายหมู นายหมูจึงมีสิทธิที่จะป้องกันทรัพย์สินของตนได้ แต่การที่นายหมูต่อและปล่อยกระแสไฟฟ้าซึ่งมีแรงเคลื่อนสูงถึง 220 โวลต์ ที่สามารถดูดคนให้ถึงแก่ความตายได้ ทั้งที่ทรัพย์ที่นายหมูมีสิทธิกระทำป้องกันคือแตงโมมีราคาไม่สูงมากนัก ย่อมถือได้ว่าเป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุหรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 69 (ฎ 191/2549)

กฎหมาย's picture

เรียกให้ไปชก ยังไม่ถือว่าเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรง

การที่นายฟ้าไปท้าทายนายปลาโดยพูดเพียงว่า "มึงออกมาต่อยกับกูตัวต่อตัวถ้าแน่จริง" แม้นายปลาไม่มีหน้าที่จะต้องหลบหนีก็ตาม แต่หากนายปลาไม่สมัครใจที่จะวิวาทหรือต่อสู้กับนายฟ้า นายปลาก็ชอบที่จะไม่ตอบโต้หรือออกไปพบนายฟ้า แต่นายปลากลับออกไปพบนายฟ้าโดยพกอาวุธปืนไปด้วย แสดงว่านายปลาสมัครใจเข้าวิวาทและต่อสู้กับนายฟ้า และเข้าสู่ภัยโดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจ แม้นายฟ้าจะชักมีดออกมาเพื่อจ้วงแทงนายปลา ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะวิวาทกัน นายปลาไม่มีสิทธิใช้ไม้ตีและใช้ปืนยิงนายฟ้าโดยอ้างเหตุป้องกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ทั้งการที่นายฟ้ามาเรียกนายปลาให้ออกไปชกต่อยกันตัวต่อตัว ไม่เป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงไม่อาจอ้างเหตุบันดาลโทสะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 (ฎ 3089/2541)

กฎหมาย's picture

ถือมีดพกเข้าไปหา โดยไม่ได้แสดงอาการทำร้าย

นายเย็นเพียงถือมีดพกเข้าไปหานายร้อนในลักษณะธรรมดาเท่านั้น โดยไม่ได้แสดงกิริยาอาการรีบร้อน หรือส่อแสดงว่าจะเข้าไปทำร้ายร่างกายนายร้อนแต่อย่างใด ยังบ่งบอกไม่ได้ว่านายเย็นจะเจ้าไปทำร้ายร่างกายนายร้อน ก่อนเกิดเหตุนายร้อนเข้าใจว่านายเย็นเอามีดพกของตนไป จึงไปสอบถาม ทำให้เกิดเหตุทะเลาะกัน สาเหตุก็เกิดจากนายร้อนเป็นฝ่ายก่อขึ้นก่อน ยังเรียกไม่ได้ว่านายเย็นเป็นฝ่ายก่อเหตุหรือสมัครใจทะเลาะวิวาทกับนายร้อน ดังนั้น การที่นายร้อนเข้าใจว่านายเย็นจะเข้าไปแทงทำร้าย จึงใช้ไม้ท่อนยาวหนึ่งศอกขว้างนายเย็น จนนายเย็นตกลงไปในสระน้ำ แล้ววิ่งไปหานายเย็นและใช้ไม้ตีซ้ำอีกในขณะนายเย็นขึ้นจากสระน้ำ จึงเป็นพฤติการณ์ที่นายร้อนก่อเหตุขึ้นก่อน นายเย็นย่อมมีสิทธิที่จะกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อป้องกันตนเองให้พ้นภยันอันตราย ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และภยันอันตรายที่ใกล้จะถึงได้โดยพอสมควรแก่เหตุได้ การที่นายเย็นใช้อาวุธแทงนายร้อน 3 ครั้ง เพื่อยับยั้งมิให้นายร้อนใช้ไม้ท่อนตีทำร้ายร่างกายนายเย็นอีกต่อไป เมื่อเปรียบเทียบอาวุธที่ใช้แล้วถือว่านายเย็นกระทำพอสมควรแก่เหตุ เป็นการป้องกันตนเองโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 (ฎ 2755/2539)

กฎหมาย's picture

บันดาลโทสะ และป้องกันในขณะเดียวกัน

การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่อาจเป็นทั้งการกระทำโดยบันดาลโทสะ และป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายในขณะเดียวกันได้ นายเมาเข้าไปหานายดำแล้วเตะสำรับกับข้าวที่นายดำกับภรรยานั่งรับประทานอยู่ แต่นายดำก็หาได้ตอบโต้ภยันตรายที่นายเมาก่ออย่างใดไม่ ต่อเมื่อนายเมาร้องเรียกนายดำให้เข้ามาต่อสู้พร้อมกับด่านายดำ นายดำจึงเข้ากอดปล้ำต่อสู้กับนายเมา แต่สู้ไม่ได้เพราะตัวเล็กกว่า นายดำจึงวิ่งไปหยิบมีดมาแทงนายเมา การกระทำของนายดำเป็นการกระทำเมื่อภยันตรายดังกล่าวที่นายเมาก่อได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่การกระทำของนายเมาก็ถือได้ว่าเป็นการข่มเหงนายดำอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่นายดำใช้มีดแทงนายเมาไปในระยะเวลาต่อเนื่องกระชั้นชิดกับที่นายดำยังมีโทสะอยู่ การกระทำของนายดำจึงเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ หาใช่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายไม่ (ฎ 1697/2535, 637/2537)
Syndicate content