
ที่โจทก์ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลชั้นต้น แม้คดีที่โจทก์ฟ้องเป็นคดีซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงให้จำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับคดีโจทก์ก็ไม่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ เพราะการที่โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นเพื่อให้ศาลอุทธรณ์สั่งรับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา มิใช่การอุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริงในเนื้อหาแห่งคำฟ้องนั้น เห็นว่า การอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลชั้นต้น แม้จะเป็นการอุทธรณ์ดุลพินิจของศาลชั้นต้นก็ตาม แต่คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว ก็มิได้ก้าวล่วงไปวินิจฉัยข้อเท็จจริงในเนื้อหาแห่งคำฟ้องของโจทก์แต่อย่างใด อุทธรณ์ของโจทก์คงเป็นเรื่องที่โจทก์ขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น กรณีเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่โจทก์อุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจของศาลชั้นต้น ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 14(5) มิใช่เป็นการอุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริงในเนื้อหาแห่งคำฟ้องที่จะต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ (ฎ 14/2537)